ขายบ้าน ซอยนวลจันทร์ เช่าคอนโดเมืองทอง The 4th AUN/SEED-Net Regional Conference on Global Environmental

เข้าสู่ระบบ

mainbanner2

แพทย์เตือนใช้ยารักษาสิวขณะท้องลูกอาจพิการ-กลับเพศ

(0 votes, average 0 out of 5)
แพทย์ผิวหนังเตือน หญิงมีครรภ์ระวังการใช้ยารักษาสิว ทั้งชนิดทาและกิน อาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ หากรับยากลุ่มฮอร์โมนมากเกินไปทารกชายอาจกลายเพศได้

นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง อาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในบทความเรื่อง "โรคสิวในเวชปฏิบัติ" ว่า ยารักษาสิวหลายตัวทั้งในรูปแบบยาทาและยากินมีผลเสียต่อทารกในครรภ์

โดยในกลุ่มยาที่จะต้องระวัง คือ ยาทากลุ่มกรดวิตะมิน เอ หรือ เรตินอยด์ ได้แก่ Tretinoin, Isotretinion, Adapalene ซึ่งยากลุ่มนี้ไม่ยืนยันว่าจะปลอดภัยหากใช้ในหญิงตั้งครรภ์(Pregnancy Category C) ส่วน Tazarotene นั้น ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์โดยเด็ดขาด(Pregnancy Category X) ส่วนยากินรักษาสิวที่ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด คือ ยากลุ่มเตตตร้าชัยคลิน ได้แก่ Tetracycline, Doxycycline และ Minocycline ซึ่งเป็นยากินรักษาสิวที่นิยมกันมาก แต่มีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กในครรภ์ และไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี หรือจนกว่าฟันแท้จะขึ้นครบ

ส่วนยากินกลุ่มซัลฟา และยากินรักษาสิวกลุ่มฮอร์โมน เช่น Spironolactone, Cyproterone acetate หรือระหว่างรับยาตัวนี้ห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด เพราะทารกเพศชายจะมีลักษณะกลายเป็นเพศหญิง

นายแพทย์ประวิตร กล่าวต่อไปว่า ยารักษาสิวส่งผลเสียต่อทารกมากที่สุด คือ เรตินอยด์ ซึ่งทำให้ทารกทั่วโลกพิการหลายพันคน ดังนั้น จึงห้ามใช้ยาชนิดนี้ขณะตั้งครรภ์ หากรับยาอยู่ให้หยุดรับยาก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน รวมถึงคุณแม่ที่ให้นมอยู่ด้วย ทั้งนี้การใช้ยาในคุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะแม้จะมีการเตือนถึงอันตรายนี้อยู่เสมอ แต่ก็ยังพบว่ามีการตั้งครรภ์ 3-4 ครั้ง ใน 1,000 คน

ที่มา เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ 



การจัดส่งสินค้า

จัดส่งสินค้าทาง EMS คิดค่าจัดส่ง 50 บาท ต่อการซื้อ 1 ครั้ง
ตรวจสอบสถานะคลิก Track & Trace 

track
 guar ได้รับสินค้ามีคุณภาพ 100% มั่นใจได้
 lock มีความปลอดภัย ข้อมูลของลูกค้าทุกท่านถือเป็นความลับ
 callcenter สอบถามข้อมูล
โทร 086-608-5088

Who's Online

เรามี 42 บุคคลทั่วไป ออนไลน์